ขนาดตัวอักษร: เพิ่ม ลด ปกติ





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประสบการณ์เหรียญรุ่นไตรมาสตัดรุ้งขาด

 

     คุณเนาว์ นรญาณ นักเขียนประจำนิตยสารพระเครื่องหลายฉบับ อาทิเช่น ศักดิ์สิทธิ์ กระแสพระ ฯ และ คุณสุวิทย์ ชอบใช้ สจ.อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร และครอบครัว ได้มีประสบการณ์ทดลองนำเอาเหรียญรุ่นไตรมาส วัฒนมงคล ๑๐๐ ปี "ขอให้รวย ขอให้อยู่ดีมีสุข" ของหลวงปู่ครูบาอิน อินฺโท และพระกริ่งถือดอกบัวของหลวงพ่อขวัญ วัดบ้านไร่ และประคำ หลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงษาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ทดลองตัดรุ้งที่สำนักสุสานไตรลักษณ์ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ นำมาเผยแพร่ให้เป็นที่รับทราบกัน

 

 

          แนะเนื่องจากเป็นประสบการณ์ตรงที่คุณเนาว์ และคุณสุวิทย์ ได้กรุณาเล่ายืนยันด้วยตนเองในเวปบอร์ดพุทธวงศ์เสวนา ผู้จัดทำเวปไซต์จึงขอยกถ้อยคำตามที่ทั้งสองท่านได้โพสไว้มาไว้ ณ ที่นี้ โดยตรง โดยมิได้ตัดทอน หรือแก้ไขเนื้อหาแต่อย่างใด

         ขอขอบพระคุณและขออนุญาตคุณเนาว์ นรญาณ และคุณสุวิทย์ ชอบใช้ รวมทั้งผู้ที่ถูกเอ่ยนามถึงทุกท่านในบทความนี้ ในการนำเรื่องราวและประสบการณ์ของท่านมาเผยแพร่ต่อ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

=====================================

 

 เหรียญรุ่นสุดท้าย ครูบาอิน วัดทุ่งปุย เชียงใหม่ (ตัดรุ้งขาด)!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  

    

     เอามาลองตัดรุ้งพร้อมๆกับพระกริ่งหลวงพ่อขวัญ วัดบ้านไร่ ที่เชียงใหม่ ที่สำนักสุสานไตรลักษณ์แม่วาง เชียงใหม่ต่อหน้าคนนับสิบ ผลปรากฏว่า เหรียญรุ่นนี้ (เนื้อทองแดง องค์ละ ๕๙ บาท) ตัดรุ้งขาดไวแบบเฉียบขาดที่สุดเลยทีเดียว (คุณสุวิทย์และคณะลองกับมือตนเอง และผมก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย) ท้ายสุด พวกของสจ.สุวิทย์ เห็นปาฏิหาริย์ดังกล่าว ก็ให้ตกตะลึงจนใจแดงจะขาดอยู่รอนๆ รอช้าอยู่มิได้ หัวใจแห่งศรัทธาจะระเบิดโพล๊ะออกมาจากอกเสียให้ได้ เลยต้องวกกลับไปเคาะกุฏิที่วัดทุ่งปุยเพื่อกวาดกลับมาบูชาอีกคนละหลายๆเหรียญในบัดเดี๋ยวนั้นนั่นเทียว..!!!!
     ปล. เหรียญรุ่นนี้ที่วัดทุ่งปุยยังมีเหลืออยู่พอสมควรนะครับ ครูบาอินเสกนานถึงไตรมาส 3 เดือนแบบทิ้งทวน ก่อนมรณภาพเป็นรุ่นสุดท้ายอย่างแท้จริง

 

เหรียญรุ่นไตรมาสแบบครึ่งองค์ (คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่)

 

เหรียญรุ่นไตรมาสแบบยืนเต็มองค์ (คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่)

 

หลวงปู่ครูบาอิน อินฺโท ปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นนี้ถึง ๓ ไตรมาส (คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่)

 

 

ขอยืนยันเรื่องที่คุณเนาว์เขียนใน "กระแสพระ"

 

         ผมขอเป็น "พยาน" ให้กับคุณเนาว์ในเรื่อง "พระตัดรุ้งขาด"  ที่เกิดขึ้น ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์อำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่คุณเนาว์ได้นำเหตุการณ์นี้ไปเขียนลงในหนังสือกระแสพระ และที่เคยลงในหนังสือศักดิ์สิทธิ์  เพราะเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับเรื่องที่เพื่อนๆ สมาชิกได้อ่านในเวปไซด์นี้
         นอกจากจะมีตัวผมเป็นพยานให้กับคุณเนาว์แล้ว ยังมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกนับสิบคน แต่บุคคลที่สำคัญที่สุดที่ผมขออนุญาตพูดถึงท่านคือ "อาจารย์" ศิษย์ท่านเจ้าคุณนรรัตน์, หลวงปู่เทสก์ ที่มีสมาธิจิตสูงที่คุณเนาว์อ้างถึงนั่นเอง ผมจะไม่สามารถเปิดเผยท่านเป็นสาธารณะได้ เพราะจะไม่สมควรด้วยเหตุผลในทุกประการ จะไม่เป็นการ "เคารพ" ในท่าน ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ครอบครัวของผมให้ความเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง  แต่ที่ต้องนำมาอ้างถึงเล็กน้อยก็เพื่อต้องการให้มีพยานบุคคลที่เป็นผู้ที่มี "ต้นทุนทางสังคมสูง" และมี "เครดิตสูง" เพื่อยืนยันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก "ทางผ่านในการปฏิบัติทางจิตของครูบาอาจารย์"  เพื่อช่วยเจริญศรัทธาให้กับผู้ที่เคารพนับถือในครูบาอาจารย์ผู้มีคุณธรรมสูงท่านนั้นๆ ซึ่ง "อาจารย์" ที่กล่าวถึงท่านนี้ท่านเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทยระดับ "สายสะพาย" คูณปู่ของท่านเป็น "พระยา" คุณพ่อของท่านเป็น "ผู้ว่า" ซึ่งมีความผูกพันกับพระปฏิบัติสาย "ท่านพระอาจารย์มั่น"  จนถึงกับได้รับ  "อัฐิธาตุ" ของท่านพระอาจารย์มั่น เพราะได้ช่วยงานพระราชทานเพลิงศพของท่านพระอาจารย์มั่น  ซึ่งในอัฐิธาตุของท่านพระอาจารย์มั่นได้แปรสภาพเป็น "พระธาตุ" แล้ว (ขอร่วมอนุโมทนากับครอบครัวของท่านด้วย)  และด้วยเหตุที่ครอบครัวของท่านได้ใกล้ชิดกับพระอรหันต์ระดับท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งเป็นพระอาจารย์ใหญ่ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายพระปฏิบัตินี้เอง  ทำให้ท่านได้มีโอกาสรับใช้พระเถระผู้ใหญ่ระดับหลวงปู่เทสก์, หลวงปู่ฝั้น, ท่านพ่อลี, ท่านพระอาจารย์วัน, ท่านพระอาจารย์จวน ฯลฯ 

        ส่วนเรื่องที่ท่านได้เป็นศิษย์ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ ก็เพราะท่านบวชที่วัดเทพศิรินทร์ ในระหว่างที่บวชอยู่นั้น  ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ได้เมตตาเรียกและสั่งให้ "ไปพบ"  เพื่อรับคำสอนจากท่านเจ้าคุณนรรัตน์  นอกจากนี้ท่านได้ใกล้ชิดกับหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง  ท่านได้ทำบุญถวายหลวงปู่ครูบาวงศ์หลายประการ เช่น พระประธาน (พระนามว่า "พระพุทธสิหนาส") หน้าตัก ๑๐๘ นิ้ว ที่เจดีย์ศรีเวียงชัย ท่านก็เป็นผู้สร้างไปถวาย  รูปเหมือนหลวงปู่วงศ์ที่ ร.พ.ลี้ ท่านก็เป็นผู้สร้างไปถวาย ฯลฯ  ซึ่งท่านทำบุญในแต่ละครั้งไม่เคยมีการ "เรี่ยไร" กับใครเลย ไม่เคยมีใครได้รับความรำคาญหรืออึดอัดสักนิดเลย  มีแต่ว่าพอเรารู้ข่าวก็ต้องรีบไปร่วมทำบุญกับท่าน เพราะกลัวไม่ทัน  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมอยากจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ สมาชิกได้อ่าน เพราะจะได้เห็นภาพของการทำบุญที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่ได้เข้าวัดหาพระเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง  ขอย้ำว่าที่ผมเขียนนี้ไม่มีผลประโยชน์เป็นเงินเข้ากระเป๋าผมนะครับ   เพียงแต่ว่าผมอยากเล่าประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับความประทับใจจากการที่ได้มีโอกาสได้สัมผัสถึงบารมีธรรมของครูบาอาจารย์มาเล่าสู่กันฟังครับ
          ที่เล่าถึง "อาจารย์" ท่านนี้ก็เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่บอกให้ผม คุณเนาว์และคณะ ตัดรุ้งที่สำนักสุสานไตรลักษณ์แม่วาง ในวันนั้นนั่นเองและท่านได้คอยอธิษฐานจิตของท่านช่วยตลอด ท่านเป็นผู้ควบคุมเหตุการณ์ในวันนั้นให้ ด้วยเหตุผลที่ท่านต้องการให้คณะที่ไปทำบุญวันนั้นมีความมั่นใจในอำนาจของคุณพระรัตนตรัยและผลแห่งการปฏิบัติของครูบาอาจารย์  เมื่อได้เห็นกับตาได้ทำกับมือตนเองแล้วจะได้หายสงสัยด้วยประการทั้งปวง  ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ได้เคยเล่าในเวปไซด์นี้แล้วจึงไม่ขอนำมาลงซ้ำอีก 

          ท้ายที่สุดจะขอเล่าเรื่อง "ตาใน" ของอาจารย์ว่า  ด้วยความสามารถทางจิตของท่านนี้เองแม้แต่หลวงปู่โงน โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ยังสัพยอกด้วยความคุ้นเคยกับท่านว่า "สนุกนักหรือไง ที่ได้มาแอบดูชาวบ้านเขา" หมายถึงหลวงปู่โงนท่านทราบว่าอาจารย์ได้เห็นภายในห้องของหลวงปู่โงนว่าหลวงปู่ท่านมีพระและสิ่งสักการะอะไรอยู่บ้าง  มีพระอริยเจ้าชั้นสูงของทางภาคเหนือองค์หนึ่งได้ชี้ไปที่อาจารย์แล้วพูดว่า  "เป็นพระแต่ไม่ได้ห่มผ้าเหลือง"  และท่านครูบาเจ้าเทือง  นาถสีโล เมื่อได้พบอาจารย์ท่านทักว่า "อ๊ะ...!!!" แล้วใช้สรรพนามเรียกอาจารย์ว่า "อาจารย์" ฯลฯ และผมขอย้ำอีกครั้งว่าที่แอบนำเรื่องของอาจารย์มาลงเพื่อขอนำเครดิตของอาจารย์มาเป็นเครื่องยืนยันในเหตุการณ์ตัดรุ้งในวันนั้น(เป็นการสอนธรรมะของท่านอย่างหนึ่ง ท่านไม่ได้ให้ติดหรืองมงายในอภินิหาริย์) โดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง เพราะอาจารย์เองท่านก็ไม่ยอมเปิดเผยตัว จะรู้กันในคณะของผู้ที่ชอบปฏิบัติธรรมหรือชอบไปกราบพระเท่านั้น หากสอบไม่ผ่านก็ไม่มีทางได้เข้าไปคุยกับท่าน  เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ชอบปฏิบัติธรรมอยู่กับบ้านที่สงบของท่าน  ประการสำคัญสมบัติทางโลกท่านพอแล้วทุกอย่าง ไม่เห็นท่านแสวงหา "โลกธรรม" อะไร  เห็นแต่ท่านสนใจแต่เรื่อง "ธรรม" เท่านั้น ท่านบอกว่าท่านเตรียมตัวสำหรับวันที่จิตจะออกจากร่างของท่าน
 

สุวิทย์ ชอบใช้

============================================

 

ขอเสริมอีกนิด....
     

      คงต้องขอเอาภาพ "เหตุการณ์จริง" ในวันที่ "ตัดรุ้ง" มาลงเป็นหลักฐานยืนยันอีกสักเล็กน้อย (อย่างที่เคยบอกนั่นแหละครับ ว่าหากไม่เกินวิสัย ผมจะมีกล้องถ่ายรูปเก็บภาพหรือเสียงเป็นหลักฐานทุกช็อต เพื่อกันข้อครหาว่า "เว่อร์" หรือ "ยกเมฆ" ขึ้นเองด้วยประการทั้งปวง ดังคำที่หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย เคยสอนไว้ว่า "เรื่องปาฏิหาริย์นี้ คนเขาจะไม่เชื่อเอาไว้ก่อน" แม้ในเหตุการณ์ที่ "ตัดรุ้ง" นั้น ก็ถ่ายรูปเก็บเอาไว้หมด ยกเว้นตอน "รุ้งขาด" เพราะจับภาพไม่ได้ เนื่องจากแสงอ่อนเกิน มองไม่เห็นถนัด)
      สำหรับภาพแรกนั้น เป็นภาพตอนที่ผมและ "อาจารย์" ซึ่งเป็นศิษย์กรรมฐานในท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯและหลวงปู่เทสก์ไปกราบหลวงพ่อขวัญ วัดบ้านไร่ ก่อนงานครบ ๘ รอบไม่นาน

 

 

          และหลังจากกราบหลวงปู่ขวัญในวันนั้นแล้ว ผมและอาจารย์พร้อมด้วยคณะ ก็เดินทางไปเชียงใหม่ เพื่อกราบพระพุทธบาทสี่รอยและครูบาอาจารย์ทางสายเหนือ จนกระทั่งไปถึงสำนักสุสานไตรลักษณ์แม่วาง เชียงใหม่ (คนละที่กับหลวงพ่อเกษม เขมโก) ซึ่งเป็นที่พำนักของท่านพระครูขันตยาภรณ์ ผู้สละฐานันดรสมณศักดิ์ตำแหน่งเจ้าอาวาสมาวัดใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่มาปฏิบัติธรรม ณ.ที่นี้เอง "อาจารย์" ได้แนะนำให้ผมลองเอาพระกริ่งหลวงพ่อขวัญมาตัดรุ้งดู ซึ่งตอนแรกผมก็อิดๆออดๆ (ไม่กล้า) ประมาณว่า กลัวจะไม่ขาดจริง แล้วจะเสียกำลังใจ (ตอนแรกรุ้งก็ไม่ขาดจริงๆ ด้วย อาจารย์เห็นดังนั้น ก็ดุว่า "ทำเงอะๆงะๆใจไม่มั่นอย่างนั้นไม่ได้นะ ต้องทำใจให้มั่นๆ และเอาพระฟาดรุ้งไปเลย" ผมก็เลยลองทำตาม ปรากฏว่า "รุ้งขาดกระจุย!!!!"  คราวนี้เลยสนุกใหญ่ ผมเอาพระกริ่งหลวงพ่อขวัญตัดรุ้งฉับๆๆๆๆๆๆ เป็นว่าเล่น  เล่นเอานักปฏิบัติธรรมที่สุสานไตรลักษณ์ ซึ่งมามุงดูด้วยต่างพากันตื่นเต้นกันยกใหญ่  

 

 

        คุณสุวิทย์และเพื่อน ก็ลองตัดรุ้งด้วยตนเองด้วย (มีทั้งประคำครูบาชัยวงศ์ฯ และเหรียญรุ่นไตรมาสสุดท้าย ครูบาอิน) ล้วนตัดรุ้งขาดกระจุยทั้งสิ้น

 

 

เนาว์  นรณาณ

============================================

 

 

 

        ผมเองมีบุญได้ตัดรุ้งกับมือของตนเองเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยขอชมบารมีพระกริ่งของหลวงพ่อขวัญและลูกประคำของหลวงปู่ครูบาวงศ์
        คุณเนาว์ขอชมบารมีพระกริ่งของหลวงพ่อขวัญ ซึ่งคุณเนาว์ขอชมบารมีหลายครั้งมาก
        ส่วนที่ฮือฮามากที่สุดคือคุณกัญญา วงศ์สระหลวงเจ้าของห้างฯ วงศ์สระหลวง ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ร่วมคณะไปทำบุญด้วย  คุณกัญญาเองตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับทุกๆ คน ท่านที่คุมเหตุการณ์อยู่อยากให้คุณกัญญาได้เกิดความมั่นใจในพุทธานุภาพและบารมีธรรมของครูบาอาจารย์  จึงบอกว่า "ฉ่ายลองบ้างซิ" คุณกัญญาตอบว่า "หนูจะอาราธนาบารมีพระองค์ไหนได้ค่ะ" ท่านผู้คุมเหตุการณ์ตอบว่า "ก็นำพระของหลวงปู่ครูบาอินที่เพิ่งเช่ามาเมื่อกี้นั่นแหละ" ปรากฏว่าคุณกัญญาไปแอบตัดรุ้งอยู่ข้างหลังคณะ เพราะกลัวคนอื่นจะเห็น (กลัวตัดไม่ขาดจะเสียกำลังใจ) ปรากฎว่าคุณกัญญาต้องตกตะลึงเพราะรุ้งขาดเห็นจะๆ ผมและคุณเนาว์ก็สงสัยว่าทำไมรุ้งถึงขาดได้อีก เพราะตอนนั้นเราไม่ได้ตัดสักหน่อย    ก็ได้ยินเสียงบอกว่า "ให้หันไปดูฉ่ายซิ  ฉ่ายกำลังทำอะไรอยู่"  เมื่อเห็นคุณกัญญากำลังตัดรุ้งบ้างก็ถึงบางอ้อ วันนั้นไม่ได้ตัดกันทีเดียวแต่ตัดกันคนละหลายๆ ครั้ง  ซึ่งครั้งแรกๆ ก็เกร็งอยู่บ้างแต่ตอนหลังๆ กำลังใจดี  ตัดรุ้งขาดกันหลายครั้งจนมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ในสิ่งที่เกิดขึ้น
 

           ขอเพิ่มเติมข้อมูลอีกนิดนึ่ง เรื่องที่ตัดรุ้งในวันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจกันมาก่อนเลย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ สาเหตุเกิดจากที่สุสานไตรลักษณ์แม่วาง วันนั้นมีรุ้งเกิดขึ้นอย่างสวยงามมากพอดิบพอดี  ส่วนเรื่องที่จะตัดรุ้งนั้นสาเหตุจริงๆ เกิดขึ้นมาจากวันก่อนหน้านั้น ๑ วัน คุณเนาว์ได้ไปกราบหลวงพ่อขวัญ ที่วัดบ้านไร่ จังหวัดพิจิตร แล้วคุณเนาว์มีวาสนามากได้พระกริ่งเนื้อเงินจากคุณป้าสมใจ  บัวมั่น ซึ่งพระองค์นี้เป็นวาสนาของคุณเนาว์โดยแท้ เพราะคุณป้าสมใจเมื่อให้พระองค์นี้แก่คุณเนาว์แล้ว จึงรู้ว่าพระกริ่งเนื้อเงินองค์นี้เป็นพระกริ่งเนื้อเงินองค์สุดท้ายที่คุณป้าสมใจมีอยู่    เมื่อคุณป้าสมใจรู้เข้ากับหัวเราะชอบใจแล้วบอกว่า "เป็นบุญของเนาว์จริงๆ  ป้าตั้งใจให้แล้วก็ให้ไปเลย" คุณเนาว์จึงมีความประทับใจอย่างสุดๆ ในเรื่องนี้ 

         ยิ่งไปกว่านั้นคุณเนาว์ก็ยังได้ทราบข้อมูลมาว่า  พระกริ่งของหลวงพ่อขวัญตัดรุ้งขาดได้  ดังนั้นเรื่องพระตัดรุ้งขาดจึงอยู่ในจิตใจของคุณเนาว์และผมตลอด  จนวันรุ่งขึ้นได้ไปทำบุญที่เชียงใหม่ ไปวัดทุ่งปุย (คุณกัญญาได้เช่าพระหลวงปู่ครูบาอินองค์ละ ๕๙ บาทมาด้วย) และไปกราบหลวงปู่ครูบาขันตยาภรณ์ที่สุสานไตรลักษณ์แม่วาง (หลวงปู่ได้ปลงสังขารในวันนั้นด้วย ท่านผู้ใหญ่ที่ไปด้วยได้กราบอารธนาท่านให้ดำรงค์ขันธ์อยู่อีกต่อไป แต่หลวงปู่ไม่รับ) หลังจากออกจากกุฏิหลวงปู่ครูบาขันตยาภรณ์  ก็ได้ไปที่โบสถ์น้ำของท่าน ขณะอยู่บนสะพานได้เห็นรุ้งกัน ท่านผู้ใหญ่ที่ไปด้วยจึงบอกให้อารธนาพระเพื่อขอชมบารมีท่านดังที่ได้เล่ามาแล้ว โดยท่านผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นผู้ที่คุมเหตุการณ์ทั้งหมด และขอเพิ่มเติมว่าท่านผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง เป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรม เป็นศิษย์สายท่านพระอาจารย์มั่น ศิษย์ท่านเจ้าคุณนรฯ ศิษย์หลวงปู่ครูบาวงศ์ ชาติตระกูลของท่านเป็นหลานพระยาเจ้าเมืองสกล  ซึ่งได้รับใช้ท่านพระอาจารย์มั่นในสมัยนั้นด้วย

           ขอเรียนเหมือนเดิมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง  แต่เมื่อนำมาเล่าแล้วก็เป็นเหมือนดาบสองคม ขอให้เกิดในด้านที่เป็นประโยชน์มากที่สุดนะครับ
 

สุวิทย์ ชอบใช้

============================================

 

หมายเหตุ: ติดตามรายละเอียด วัตถุมงคลรุ่น วัฒนมงคล ๑๐๐ ปี "ขอให้รวย ขอให้อยู่ดีมีสุข" ได้ที่นี่

 

 

 

 
วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) ม. ๓  ตำบลสันติสุข กิ่ง อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๖๐ โทร. ๐๕๓ - ๓๖๗๓๓๑
Copyright2005 KrubaIn.awardspace.com Contact: webmaster@krubain.awardspace.com
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐